You are here:  / Blog
  • cat240120143
    Mar 17 2016

    อย่าปิดกั้นการเลี้ยงสัตว์ของคุณ เพียงเพราะเป็นโรคภูมิแพ้

    โรคภูมิแพ้นั้นจัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโรคที่มีความน่ากลัว และเป็นโรคที่อันตรายอีกโรคหนึ่ง เพราะโรคนี้นั้นเมื่อเป็นแล้วอาจจะมีความอันตรายถึงชีวิต และสามารถเป็นได้อย่างเรื้อรังได้ ซึ่งอาการแพ้นั้น เกิดจากการที่ร่างกายนั้นได้รับสิ่งแปลกปลอมเข้าไปอย่างรวดเร็ว และมีการตอบสนองออกมาเป็นการแพ้ต่างๆ ซึ่งสาเหตุของการแพ้ของแต่ละคนนั้น ก็มีกันอย่างหลายสาเหตุ เช่น บางคนอาจจะแพ้เกสรดอกไม้ บางคนแพ้อากาศ บางคนแพ้ฝุ่นละออง บางคนแพ้แมลง หรือแพ้พิษสัตว์บางชนิด แต่ที่จะพบบ่อยที่สุดก็จะเป็นการแพ้ขนสัตว์ ซึ่งบางบ้าน บางคนได้เลี้ยงสัตว์จำพวกที่มีขน อย่างเช่น สุนัข แมว กระต่าย หนู หรือสัตว์อื่น ก็เป็นความเชื่อที่ว่าขนของสัตว์พวกนี้นั้นจะเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดเป็นโรคภูมิแพ้ได้ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรค์ของคนที่รักน้องสุนัขแต่ก็เป็นภูมิแพ้ เพราะปัจจุบัน ทางการแพทย์ได้ออกมาเผยว่า ผู้ที่จะเลี้ยงสุนัขแต่ตัวเองเป็นภูมิแพ้นั้นสามารถที่จะเลี้ยงได้ แต่ต้องศึกษาและเลือกพันธ์ของสุนัขที่ผลัดขนน้อยมาเลี้ยง อย่างเช่น ชิสุ , บอสตัน เทอร์เรีย , พูเดิ้ล , มอลทีส หรือ อิตาเลี่ยน เกรย์ฮาวน์ เป็นต้น เพราะสุนัขสายพันธุ์เหล่านี้นั้นเป็นสุนัขที่ค่อนข้างขนล่วงน้อย จึงทำให้ลดอาการเสี่ยงลงได้ และควรจำกัดบริเวณ แบ่งพื้นที่ของคนและสัตว์อย่างเหมาะสม เพื่อเป็นการกันสัตว์ให้อยู่ห่างจากผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้อีกทางหนึ่ง ซึ่งถ้านำสัตว์มาเลี้ยงในบ้านแล้วด้วยนั้น ควรมีเครื่องฟอกอากาศ เพื่อให้อากาศภายในบ้านนั้นสดชื่นมากยิ่งขึ้น และผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้นควรหลีกเลี่ยงการให้สุนัขเข้ามานอนร่วมห้องหรือร่วมเตียงเดียวกันเด็ดขาด เพราะมีโอกาสที่สูงมากที่ขนของสัตว์นั้นจะเข้าไปฝั่งในบริเวณผ้าห่มหรือหมอนได้ และควรหมั่นทำความสะอาดบ้านอยู่เป็นประจำเมื่อเลี้ยงน้องสุนัขอยู่ในบ้านเพราะอาจจะมีขนของสัตว์ติดอยู่ได้ตามสถานที่ต่างๆโดยที่เรานั้นไม่รู้ตัว ซึ่งขนของสุนัขอาจจะลอยมาตามลมแล้วไปติดอยู่ที่ใดในบ้านก็ได้ […]

    Read more
  • pimacy
    Mar 14 2016

    ยาแก้แพ้มีแบบง่วงกับไม่ง่วงนะ รู้ยัง?

    จัดเป็นอีกหนึ่งยาสามัญประจำบ้านที่มีความสำคัญต่อทุกคนเช่นกัน เพราะแน่นอนว่าทุกคนสามารถที่จะแพ้ในสิ่งต่างๆได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นอาการแพ้อากาศ แพ้ขนสัตว์ แพ้อาหาร หรือผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ต่างๆ จนทำให้เกิดอาการระคายเคือง หรือมีเม็ดแดง ผดผืน ขึ้นมาตามตัว จนเกิดอาการคันต่างๆ ยาตัวนี้จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทุกคนนั้นต้องมีเอาไว้เพื่อใช้ในการรักษาในกรณีที่เราเกิดอาการแพ้อะไรก็ตาม ซึ่งอาการของการแพ้นั้น เกิดมาจากการที่มีสิ่งแปลกปลอมเข้ามากระตุ้นเซลล์ทำให้หลั่งฮีสตามีนออกมา ซึ่งภายในร่างการของเรานั้นในทุกๆส่วน จะมีฮีสตามีนอยู่ทั่วร่างการ ทั้งระบบประสาท ระบบทางเดินหายใจ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เกิดอาการนั้น ถ้าเกิดในบริเวณทางเดินหายใจก็อาจจะทำให้เกิดอาการหายใจไม่สะดวก หายใจติดๆขัดๆได้ แต่ถ้าเกิดในทางเดินอาหาร ก็อาจจะทำให้เกิดอาการปวดท้อง หรือมีอาการอยากอาเจียนได้เช่นกัน ซึ่งยาแก้แพ้ก็จะหมายถึงยาที่ช่วยต่อต้านฮีสตามีน ซึ่งยาชนิดนี้นั้นมีด้วยกันถึง 2 รูปแบบ นั้นก็คือ แบบชนิดดั้งเดิม หรือแบบง่วง และ แบบชนิดที่ไม่ง่วง ซึ่งยาชนิดง่วงนั้น ส่วนใหญ่จะเอามาใช้ในกรณีที่มีอาการ จาม ที่เกิดขั้นจากหวัด น้ำมูกไหล คัดจมูก หรือเกิดอาการแพ้เนื่องจากไปสัมผัสกับพืชที่มีพิษ หรือสารเคมีต่างๆ อีกทั้งยังช่วยในเรื่องของการเมารถได้อีกด้วย รวมทั้งการเป็นผื่นพิษต่างๆ ผื่นภูมิแพ้ทางผิวหนัง อาการคันต่างๆที่เกิดจากแมงกัดต่อย และยาชนิดที่สอง ชนิดที่ไม่ง่วง ยาชนิดนี้นั้น จะมีสรรพคุณที่คล้ายคลึงกับแบบง่วงเหมือนกัน คือสามารถรักษาผดผื่นที่มีอาการคันได้ อาการเยื้อในตาขาวอักเสบเนื่องจากภูมิแพ้ที่เป็นตามฤดูกาล รวมแม้แต่การจาม น้ำมูกไหล คันจมูกที่เกิดจากการเป็นหวัดอีกด้วย […]

    Read more
  • amoxicillin-tabletscapsules
    Mar 14 2016

    เรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอดเกี่ยวกับยาแก้อักเสบ amoxicillin

      จัดได้ว่าเป็นยาอีกชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อมนุษย์เช่นกัน ซึ่งยาชนิดนี้นั้น ชื่อว่า ยาแก้อักเสบ เป็นยาที่ต้องได้รับการอนุญาตจากผู้เชี่ยวชาญ หรือแพทย์สั่ง เพราะไม่ใช่เป็นยาสามัญประจำบ้าน และเป็นยาที่บังคับให้รับประทานให้หมดตามขนาดที่แพทย์ต้องการ เพราะถ้าเกิดรับประทานไม่ตรงตามที่แพทย์กำหนดแล้วนั้น จะทำให้อนาคตข้างหน้าเราจะเป็นคนที่ดื้อยาได้ ซึ่งยาแก้อักเสบทั่วไปนั้น จะมีสรรพคุณเพื่อลดอาการอักเสบของแผลต่างๆ รวมไปถึงการฆ่าเชื้อ โพรงจมูกอักเสบ เจ็บคอ ต่อมทอนซิลอักเสบ ท่อปัสสาวะอักเสบ ไตและกรวยอักเสบ ฝีในปอด หนองในเยื้อหุ้มปอด โรคติดเชื้อของระบบทางเดินหายใจ และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งยาแก้อักเสบที่มีชื่อว่า amoxicillin ที่เป็นที่เข้าใจของหลายคนว่าเป็นยาแก้อักเสบชนิดที่รักษาสิวโดยเฉพาะแล้วนั้น ที่จริงแล้วเป็นเรื่องที่ผิดอย่างมาก เพราะยาชนิดนี้ไม่ได้เป็นยาอักเสบที่รักษาปัญหาเรื่องสิวเฉพาะ แต่เป็นยาแก้อักเสบทั่วไปที่รักษาและมีสรรพคุณที่เหมือนกับยาอักเสบตัวอื่นๆ เพียงแต่ว่า ยาแก้อักเสบตัวนี้นั้นสามารถที่จะหยุดยั้งเชื้อ ไม่ให้เกิดการอักเสบมากขึ้นอีกเท่านั้น ทางแพทย์ที่รักษาเกี่ยวกับเรื่องของสิว จึงได้นำมาใช้ในการรักษา แต่เมื่อเปรียบยาแก้อักเสบ amoxicillin ตัวนี้กับยารักษาสิวเฉพาะโดยตรง ต้องบอกเลยว่ายาแก้อักเสบตัวนี้นั้น ไม่ตอบโจทย์ได้มากนัก จะสู้ยาเฉพาะไม่ได้ แต่ที่เลือกยาตัวนี้ให้ใช้ จะต้องอยู่ในกรณีที่ว่า คนไข้นั้นรักษาตัวเฉพาะแล้วไม่ได้ผลหรือมีอาการแพ้ยาตัวเฉพาะ ทางแพทย์ถึงจะให้ลองใช้ในตัวนี้ดู ซึ่งก็จะดูตามความเหมาะสมของปัญหาสิวของแต่ละบุคคล เพราะถ้ามีความอักเสบมาก ก็แน่นอนว่าจะต้องจ่ายยาแก้อักเสบ amoxicillin เพื่อเป็นการระงับไม่ให้เกิดการอักเสบมากยิ่งขึ้น

    Read more
  • palasetamon
    Feb 23 2016

    เรื่องอันตรายของยาพาราเซตามอลที่ต้องรู้

    จัดได้ว่าเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ทุกบ้านนั้นต้องมีเลยจริงๆ เพราะนี้คือยาแก้ปวด ลดไข้ ที่แน่นอนว่าเป็นยาที่มีความสำคัญและควรมีไว้ติดบ้าน แต่ก็เป็นยาชนิดหนึ่งที่มีความร้ายแรง ซึ่งหลายคนก็คงไม่ได้รู้ถึงความร้ายแรงของยาชนิดนี้เมื่อได้รับประทานเข้าไปโดยเกินขนาด ซึ่งเมื่อได้อ่านตามวิธีการกินยาแล้วก็จะรู้ว่า การที่จะกินยานี้ได้นั้น ควรมีอาการปวดต่างๆ อย่างเช่นอาการปวดหัว หรือว่ามีไข้ขึ้น จึงสามารถที่จะกินในยาตัวนี้ได้ ซึ่งจะมีกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนว่า เด็กควรจะรับประทานเพียงแค่ครึ่งเม็ดเท่านั้น และผู้ใหญ่รับประทานเพียงแค่หนึ่งเม็ด ซึ่งเป็นการกำหนดจากทางแพทย์ที่ได้ประกาศออกมาใหม่ว่าให้รับประทานเพียงเท่านี้ โดยมีระยะเวลาการกินคือ 4- 6 ชั่วโมง ที่ต้องปรับเปลี่ยนขนาดการกินยาพารานั้น ก็เพราะว่า ปัจจุบัน มีผู้คนจำนวนมากที่รับประทานยาพาราที่เกินขนาด ซึ่งอาจจะมีทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ กรณีที่ตั้งใจนั้นอาจจะเป็นการฆ่าตัวตาย หรือกรณีที่ไม่ได้ตั้งใจก็จะเป็นการกินโดยที่ไม่รู้ตัวเอง อย่างเช่น กินยาพาราไป 2 เม็ด ทุก 4 ชั่วโมง และยังกินร่วมกับยาแก้ปวดชนิดอื่นๆอีกที่มีส่วนผสมของยาพาราด้วย ก็จะทำให้กลายเป็นว่าเรารับประทานยาพาราอย่างเกินขนาด เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ผู้ที่กินยาพารานั้น ห้ามรับประทานเกิน 8 เม็ดต่อวัน และห้ามรับประทานยาพาราติดต่อกันเกิน 5 วัน ซึ่งการที่กิน 8 เม็ดแล้วนั้นในปัจจุบันก็ถือว่าเป็นการเสี่ยงแล้ว แต่ยิ่งรับประทานยาร่วมกับที่มีส่วนผสมของยาพาราด้วยแล้ว แน่นอนเลยว่าเกินขนาดอย่างแน่นอน ซึ่งจะมีความเสี่ยงในการทำพิษต่อตับของเราได้ อาจจะตับวายได้ในอนาคต ซึ่งในปัจจุบัน ผู้ที่มีอาการตับวายนั้น จะพบได้มาก และมีสาเหตุมาจากการรับประทานยาพาราที่เกินขนาดและเกินวันของการรับประทานนั้นเอง

    Read more
  • disease
    Feb 10 2016

    โรคพยาธิ เรื่องใกล้ตัวที่อันตรายมากกว่าที่คุณคิด

                    โรคพยาธินั้น จัดได้ว่าเป็นอีกโรคหนึ่งที่ค่อนข้างที่จะร้ายแรงเลยทีเดียว ซึ่งผู้ที่เป็นนั้นอาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภายในร่างกายของเค้ากำลังเลี้ยงสิ่งมีชีวิตที่กำลังสูบเลือดและแย่งอาหารจากเราไป จนทำให้เรานั้น มีความเจริญเติบโตที่ช้า อย่างเช่น เด็กที่กินอาหารที่เยอะ แต่กลับมีร่างกายที่ผอม ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วเด็กผู้นั้นน่าจะมีร่างกายที่อ้วนท้วนสมบูรณ์ดี แต่อาจเป็นเพราะภายในร่างกายของเด็กนั้น มีพยาธิอยู่ ซึ่งพยาธิเหล่านี้จะคอยกินอาหารที่เด็กผู้นั้นได้กินลงไป โดยที่สารอาหารนั้นยังไม่ทันได้ไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายของเด็กเลย และมิหนำซ้ำ ยังโดนสูบเลือดอีกด้วย ซึ่งพยาธิพวกนี้นั้น เราสามารถที่จะพบเจอกับมันได้ด้วย เช่น พื้นดิน หญ้า น้ำ เนื้อสัตว์ทุกชนิด พืช ผัก แมลงต่างๆ หรือแม้แต่น้ำดื่มที่ไม่ได้รับการตรวจอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน โดยพยาธินั้น มีด้วยกันอยู่อย่างหลากหลายรูปแบบ หลากหลายชนิดด้วยกัน อย่างเช่น พยาธิใบไม้ พยาธิตัวจี๊ด พยาธิหอยโขง พยาธิเส้นด้าย พยาธิไส้เดือน เป็นต้น ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่ายังมีอีกเยอะแยะมากมาย โดยพยาธิพวกนี้นั้น ส่วนใหญ่จะเข้าสู้ร่างกายมนุษย์โดยทางปากซะเป็นส่วนใหญ่ หรือมีบางชนิดที่สามารถเข้าทางผิวหนังอีกด้วย โดยอาการของคนที่เป็นโรคพยาธินั้น ก็สามารถที่จะสังเกตได้อย่างง่ายๆ เพราผู้ที่เป็นโรคนี้ จะมีอาการของความหิวง่าย และกินเยอะ แต่ในขณะเดียวกันการกินเยอะของเค้ากลับกลายเป็นว่าน้ำหนักของเค้าลดลง ท้องเสียได้ง่าย มีอาการเจ็บตัวตามร่างกายหรือมีปุ่มนูนขึ้นมา ปวดหัวบ่อย ตาพร่ามัว ซึ่งผู้ที่มีอาการในลักษณะแบบนี้นั้นให้รู้ไว้เลยว่าตัวเองกำลังเป็นกลุ่มเสี่ยงของโรคนี้และควรรีบเดินทางไปหาแพทย์เพื่อรับการตรวจ ซึ่งโรคนี้นั้นจัดได้ว่าเป็นโรคที่อันตราย เพราะการที่พยาธิอยู่ในร่ายกายของเรานั้นและคอยแย่งอาหารของเรา จะทำให้ร่างกายของเรานั้นทรุดโทรม […]

    Read more
  • Forensic Medicine
    Dec 14 2015

    นิติเวชศาสตร์เป็นอย่างไรและมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง

    นิติเวชศาสตร์เปรียบได้เสมือนกับหมอนักสืบ หรือผู้พิทักษ์ศพที่ตายไปแล้วแบบผิดปกติ ทั้งยังเป็นผู้ที่คอยหาสาเหตุการตายและสืบหาความยุติธรรมให้กับศพและญาติๆของศพได้อีกด้วย เพื่อเป็นการหาสาเหตุการตายที่แท้จริงและเพื่อเป็นการปิดคดีให้กับตำรวจและศพที่ตายไปแล้วแต่พูดไม่ได้เพื่อความยุติธรรมของศพเองและเพื่อที่จะปิดคดีได้โดยไม่มีอะไรติดค้าง ดังนั้นการที่จะเป็นแพทย์นิติเวชศาสตร์ที่ดีจะต้องมีความรู้ความสามารถและรักในงานที่ทำ และที่สำคัญจะต่อไม่ผิดจรรยาบรรณแพทย์อีกด้วย การที่จะเป็นแพทย์นิติเวชศาสตร์ได้นั้น มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เพราะในแต่ละวันผู้ที่จะเรียนรู้วิชาแพทย์นิติเวชศาสตร์ได้ดีนั้นจะต้องรู้อวัยวะของสิ่งที่ผ่าตัดได้เป็นอย่างดี และจะต้องรู้จักชื่อชิ้นส่วนต่างๆของร่างกายและจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการผ่าตัด ที่สำคัญต้องมีความกล้าและความหนักแน่อีกด้วย ดังนั้นคนที่ทำงานในอาชีพนี้น่าเศร้าเหมือนกันนะครับเพราะ ในแต่ละวันจะต้องใช้ชีวิตคลุกคลีกับศพ บางวันจะต้องพบศพกับสภาพต่างๆทั้งที่พอดูได้และที่ไม่น่าดูเช่นกัน ถือได้ว่าแพทย์นิติเวชศาสตร์ เป็นแพทย์ที่มีหน้าที่การงานที่ไม่สดใสนักแต่ก็เป็นแพทย์ที่มีความสำคัญมากในการสืบหาความจริงและความยุติธรรมต่างๆเพื่อไข้ข้อข้องใจและสืบหาความจริงให้กระจ่าง เช่นในเมืองไทยก็จะมี แพทย์หญิงคุณหมอ พรทิพย์ เป็นหมอที่มีชื่อเสียงในการชันสูตรศพเป็นอย่างมากและเคยไข้คดีจากศพได้หลายต่อหลายคดี อย่างคดีที่โด่งดังในช่วง 10 กว่าปีที่แล้วนั้นก็คือคดีเกี่ยวกับ นายห้างทอง ที่ได้ไข้ปริศนาการตาย และยังมีการสืบศพของคนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ สึนามิที่ไม่สามารถเห็นหน้าตาได้เพื่อให้ญาติได้นำศพที่ถูกต้องกลับไปทำพิธีกรรม และยังมีผลงานในการตรวจหา DNA ให้กันดารานักร้องอีกด้วย เพื่อหาพ่อที่แท้จริงของเด็กที่อยู่ในท้องเป็นต้น ทั้งหมดนี่หากมีคดีอะไรที่ไม่สามารถปิดคดีได้ เธอคนนี้จะไปสืบและพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างเอง เธอคือแนวทางและตัวอย่างที่ดีของแพทย์นิติเวชศาสตร์รุ่นหลังต่อไป

    Read more
  • The baby's birth
    Dec 08 2015

    การทำคลอดทารกของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

    การทำคลอดเด็กทารกถือได้ว่าเป็นที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก เพราะการทำคลอดของทีมแพทย์นั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งเครื่องมือต่างๆของแพทย์และพยาบาลผู้ช่วยต้องครบและต้องสะอาดปลอดภัย การทำคลอดมีด้วยกัน 2 วิธีคือการทำคลอดด้วยวิธีธรรมชาติ ซึ่งวิธีนี้มารดาจะคลอดเองได้ และวิธีการคลอดด้วยการผ่าคลอด ส่วนใหญ่แล้ววิธีนี้จะใช้สำหรับมารดาที่ไม่สามารคลอดด้วยตัวเองได้ แต่วิธีนี้แพทย์จะเจอน้อยมาก อาจจะเกิดจากมารดาเป็นคนเลือดจาง ไม่มีแรงคลอดเอง หรืออาจมีโรคแทรกซ้อนภายในร่างกายของมารดา การทำคลอดด้วยวิธีธรรมชาติจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะแพทย์ได้กล่าวไว้ว่าการคลอดตามธรรมชาตินั้นเมื่อเด็กทารกคลอดออกมาจะมีภูมิคุ้มกันมากกว่าที่การผ่าคลอด และจะมีร่างกายที่สมบูรณ์และแข็งแรง วิธีการคลอดตามธรรมชาติ บางคนใช้เวลาไม่นานนักแต่บางคนใช้เวลาในการคลอดนาน อาจจะเป็นที่ทารกมีลำตัวที่ค่อยข้างตัวใหญ่ มารดาใช้เวลาในการตั้งท้องถึง 9 เดือนด้วยกัน มีบางรายที่คลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของแม่และเด็กไม่ค่อยสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลาทำคลอดแพทย์ส่วนใหญ่จะไม่แนะนำในการผ่าคลอด แต่ถ้ามารดาไม่สามารถคลอดเองได้ แพทย์ก็ต้องทำการผ่าคลอดและมีการวางแผนการผ่าคลอดเป็นอย่างดีเพื่อความปลอดภัยของแม่และเด็ก การทำคลอดด้วยการผ่าคลอดแพทย์จะวางยาสลบกับมารดาก่อน หลังจากนั้นแพทย์จะทำการผ่าที่ท้องบริเวณใต้สะดือแล้วนำทารกออกมา จากนั้นแพทย์จะทำการเย็บแผล ส่วนมากแล้วแม่และเด็กจะปลอดภัยเมื่อถึงมือแพทย์ การผ่าคลอดแผลจะหายช้ากว่าคนที่คลอดปกติ และทารกจะมีร่างกายที่ไม่ค่อยจะแข็งแรง น้ำหนักตัวของทารกที่ปกติจะอยู่ที่ประมาณ 3 กิโลกรัมหรือบางคนอาจมากกว่านั้นก็ได้ การทำคลอดที่ผ่านไปได้ด้วยดีนั้นถือเป็นความสำเร็จของทีมแพทย์ที่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

    Read more
  • Physiotherapy
    Dec 01 2015

    การทำกายภาพบำบัด มีดังต่อไปนี้

    การทำกายภาพบำบัดนั้นสามารถทำได้ด้วยตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเรา แรกๆเราอาจจะให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสอนวิธีการที่ถูกต้องว่าแบบไหนเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพราะผู้ป่วยบางคนมีอาการอัมพาตที่แตกต่างกันไป เช่นบางคนอาจจะเป็นอัมพาตแค่ครึ่งตัว แต่บางคนอาจจะเป็นอัมพาตทั้งตัวก็มี ในขณะที่ยังพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลนั้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการบำบัดให้เราดูก่อนว่าทำลักษณะอย่างไรบ้าง มีวิธีไหนที่เราสามารถทำได้ หากสงสัยก็จะได้สอบถามและปรึกษาข้อมูลเพิ่มเติมกับแพทย์ได้ หลังจากที่ผู้ป่วยกลับไปพักฟื้นที่บ้านจะได้ปฏิบัติถูกตามขั้นตอน การทำกายภาพบำบัดครึ่งซีกเริ่มจากท่านอน เราต้องจับตัวผู้ป่วยที่เป็นอัมพาตครึ่งตัวด้วยการจัดขาและแขนทั้งสองข้างยืดตรง และสลับงอเป็นบางครั้ง และสลับนอนหงายโดยใช้หมอนรองหัวไม่สูงมากจนเกินไปและใช้หมอนรองที่ลำตัวบริเวณเอวจะช่วยในการดัดกระดูกสันหลังได้ด้วย การที่เราจะสลับท่านอนของผู้ป่วยนั้นจะต้องเปลี่ยนทุกๆ 30 นาที ส่วนท่านอนตะแคงต้องจัดตัวผู้ป่วยนอนเอียงอย่างเต็มตัว จัดแขนและขาที่เป็นอัมพาตยืดตรง ศีรษะเอียงเล็กน้อย พยายามยกแขนขึ้นลงสลับกันไปอย่างช้าๆ หลังจากนั้นเปลี่ยนเป็นท่าการนอนคว่ำ ถ้าผู้ป่าวมีการหายใจที่เป็นปกติสามารถใช้ท่านอนคว่ำได้ โดยการจับตัวผู้ป่วยนอนคว่ำใช้หมอนรองที่เท้าผู้ป่วย ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วค่อยสลับไปมา การทำกายภาพบำบัดส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ป่วยเองว่าจะช่วยตัวเองได้มากน้อยแค่ไหน ผู้ป่วยที่ได้รับการฟื้นฟูกับร่างกายได้เร็วสังเกตว่า ส่วนที่เป็นอัมพาตมีการขยับได้บ้างหรือไม่ การปัสสาวะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีภายใน 1-2 อาทิตย์หรือไม่ การรับรู้ทางสายตาและสมองดีขึ้นภายใน 2 อาทิตย์ ถือว่าผู้ป่วยดีขึ้นมากในการทำกายภาพบำบัด ส่วนผู้ป่วยที่ไม่มีการฟื้นฟูของร่างการให้สังเกตเหมือนกันว่า มีการรับรู้สายตาและสมองบ้างหรือไม่ การปัสสาวะดีขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลงภายใน 1- 2 เดือน ก็ถือว่าผู้ป่วยไม่มีการฟื้นฟูร่างกายตัวเอง เพราะฉะนั้นแล้วเราก็ควรต้องดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดและใส่ใจให้มากๆ

    Read more
  • pharmacist1
    Nov 26 2015

    เภสัชกรคือใครและมีหน้าที่อะไรบ้าง

    ในปัจจุบันเรามักจะเคยเห็นร้านขายยาตามสถานที่ต่างๆทั่วไปไม่ว่าจะเป็นร้านเล็กๆ หรือร้านใหญ่ๆตามห้างสรรพสินค้าต่างๆก็ตาม แต่ก็มีด้วยกันหลากหลายชื่อและไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เราสามารถไว้ใจได้นั้นก็คือความรู้เกี่ยวกับตัวยาและการให้คำแนะนำอย่างดีกับผู้ป่าย ดังนั้นร้านขายยาทั่วไป คนขายไม่ได้จะเป็นคนธรรมดามาขายหรือจัดจำหน่ายยาให้ผู้ป่าวได้ แต่ต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้และความเชียวชาญในเรื่องของการจัดจำหน่ายยาด้วย เราจึงมั่นใจได้ว่าการแนะนำของเภสัชกร หรือที่เรียกกันตามภาษาชาวบ้านนั้นคือคนขายยา เปรียบเสมือนหมอหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเลยก็ว่าได้ เพียงแต่เภสัชกรจะมีความรู้เกี่ยวกับอาการของผู้ป่าวเบื้องต้นและเป็นผู้ที่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวยาในการรักษาอาการต่างๆเพียงเท่านั้น ถือได้ว่าถ้าหากผู้ป่วยมีอาการป่วยที่ไม่ร้ายแรงมากนักเช่น เป็นไข้หวัด ตัวร้อน น้ำมูกไหลต่างๆเป็นต้น เราก็ควรหายาตามร้านขายยาทานก่อนก็ได้โยจะมีเภสัชกรให้คำแนะนำและให้ยาตามอาการโดยเภสัชกรจะจ่ายยาเพื่อให้คนไข้ได้หายขาดจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆได้ตามระยะเวลาที่จ่ายยาให้หรือตามความเหมาะสม ทั้งนี้ถ้าหากอาการไม่ดีขึ้นเภสัชกร จะคอยแนะนำให้ผู้ป่วยให้ไปตรวจดูอาการตามคลินิกหรือโรงพยาบาลต่างๆเพราะอาจะเป็นอาจจะเป็นอาการป่วยที่ไม่ธรรมดาและทางคลินิกและโรงพยาบาลมีเครื่องมือทางการแพทย์พร้อมกว่า จะได้รักษาผู้ป่วยได้ทันท่วงที แต่ส่วนใหญ่แล้วการซื้อยาทานเองนั้นเป็นการรักษาอาการเบื้องต้น ซึ่งส่วนใหญ่คนไข่ที่มีอาการป่วยธรรมดาๆหรือมีอาการป่วยที่ไม่ค่อยรุนแรงก็จะหายจากการทานยาที่ได้ไปซื้อมาทานเองได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยเองซะส่วนใหญ่เพราะถ้าไม่ได้มีอาการอะไรร้ายแรงมากนักก็จะหายจากการรับประทานยาได้ตามปกติ และที่สำคัญยังประหยัดเงินในกระเป๋ามากอีกด้วยแถมยังมีเภสัชกรที่มีความรู้ความสามารถคอยแนะนำอาการต่างได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับการรักษาอาการป่วยเบื้องต้นได้

    Read more
  • psychiatrist
    Nov 23 2015

    จิตแพทย์ กับการดูแลผู้ป่วยทางจิต

    หากพูดถึงจิตแพทย์นั้นเราก็คงจะคิดว่า จิตแพทย์ไม่ได้มีอะไรมากแค่คอยดูแลคนที่มีปัญหาทางจิตเท่านั้น แต่หารู้ไม่ว่ากว่าจะมาเป็นจิตแพทย์นั้นจะต้องเรียนตำรับตำราอย่างเคร่งครัด และยังต้องเป็นคนที่ฝึกจิตได้ดีอีกต่างหาก เพราะถ้าจิตแพทย์ไม่ฝึกจิตให้สามารถแยกแยะคนที่มีอาการทางจิตได้ก็ถือได้ว่าเป็นจิตแพทย์ไม่เต็มตัว อีกทั้งจะไม่สามารถใช้วิชาชีพที่เรียนมาให้เป็นอาชีพได้ จิตแพทย์ไม่ใช้แค่จะใช้ความสามารถในการแยกแยะคนไข้ที่มีอาการป่วยทางจิตได้เพียงอย่างเดียว แต่จะต้องคอยดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตให้หายขาดและ ใช้ชีวิตได้ตามปกติและช่วยเหลือตัวเองได้อีกด้วย ทั้งนี้จิตแพทย์ยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีต่างๆโดนเฉพาะคดีแปลกๆ เพื่อที่จะได้ปิดคดีได้เร็วขึ้น เช่น จิตแพทย์จะต้องหาสาเหตุการก่อเหตุของคนร้ายต่างๆไม่ว่าจะเป็น แรงจูงใจ สติปัญญารวมไปถึงภาวะทางจิต ทั้งนี้เพื่อเป็นการลงโทษผู้กระทำผิดตามเหตุผลและเจตนาที่ทำ เคยมีเหตุดังกล่าวที่เคยเกิดขึ้นแล้วแต่ทางตำรวจไม่สามารถซักถามอะไรผู้ร้ายได้เลย จึงต้องมีจิตแพทย์เข้ามามีส่วนสำคัญ การที่จะเป็นจิตแพทย์ได้นั้นต้องมีความเป็นระเบียบและรอบครอบมากๆ เพราะจะต้องคอยสังเกต และคอยสอบถามกับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ เช่น กรณีที่คนร้ายถูกจับได้และจะต้องอ้างบอกว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาที่จะทำร้ายใคร เพียงตัวเขาเองมีปัญหาทางจิตทำอะไรไปโดนที่ไม่ได้เจตนา การให้ปากคำเช่นนี้จะช่วยลดข้อหาได้มาก ต่างกับคนร้ายที่มีเจตนาทำร้ายผู้อื่น ดังนั้นเมื่อคนร้ายอ้างว่าตัวเองมีปัญหาทางจิตจึงต้องเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์ที่จะต้อง คอยหาหลักฐานและเฝ้าดูพฤติกรรมคนร้ายว่าเป็น คนมีปัญหาทางจิตจริงรึป่าว เพื่อที่ทางตำรวจจะได้ดำเนินคดีได้ถูกต้อง ถือได้ว่าจิตแพทย์มีบทบาทสำคัญกับสังคมเป็นอย่างมาก

    Read more
  • 1
  • 2